หัวข้อข่าว
: 100420 [Radio★Super Junior] “เราผ่านปีที่ยากลำบากมา 2 ปีแล้ว...ตอนนี้มันคือสนามเด็กเล่นของพวกเรา”

รายละเอียด (ย่อ) :  

 
 
[Radio★Super Junior] “ เราผ่านปีที่ยากลำบากมา 2 ปีแล้ว...ตอนนี้มันคือสนามเด็กเล่นของพวกเรา”

4 คน 3 คลื่น ทางสถานีวิทยุ KBS•MBC•SBS เวลา 2 ทุ่ม – ตี 2 ทุกวัน



▲ ซุปเปอร์จูเนียร์ ชินดง ฮีชอล อึนฮยอก อีทึก


ทุกวันตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มถึงตี 2 ของเช้าวันรุ่งขึ้น คือ โลกของซุปเปอร์จูเนียร์ผู้มีรายการวิทยุ 3 รายการ ตั้งแต่ 2 – 4 ทุ่ม คือ SBS คิมฮีชอล ยังสตรีท แล้วหลังจากนั้นก็ส่งไม้ต่อให้กับ KBS 2FM ซุปเปอร์จูเนียร์ คิส เดอะ เรดิโอ ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ไม้สุดท้าย คือ ชินดง เขาส่งเสียงตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเช้าวันต่อมากับ MBC standard FM “ชินดงและคิมชินยอง ชิมชิมทาพา ซึ่งเป็นการจบการแข่งขันอย่างขะมักเขม้น 

พวกเขาครองสถิติที่เต็มไปด้วยความหมาย อีทึกและอึนฮยอกได้จัดรายการของตัวเองมา 3 ปี 8 เดือนแล้ว ครองสถิติระหว่างเหล่าดีเจไอดอลด้วยกัน พอถึงการเปลี่ยนสต๊าฟวิทยุช่วงฤดูใบไม้ผลิของ KBS พวกเขาจะทำสถิติใหม่ได้สำเร็จ

พวกเขาไม่ใช่กลุ่มไอดอลที่ต้องคอยหาสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา พวกเขาไม่เคยทิ้งสิ่งที่ถูกจัดให้เป็น “สื่อชนิดเก่า”* เราเจอทั้งความสุขและทุกข์เบื้องหลังเรื่องราวของซุปเปอร์จูเนียร์ ผู้ยึดหลัก “ไปในที่ที่กลุ่มอื่นไม่ไป” ตั้งแต่พวกเขาเดบิวท์ในปี 2005 


- พวกคุณคิดว่าเสน่ห์ของวิทยุคืออะไร?

▲ อีทึก : มีคนที่เรียกทีวีว่า “กล่องไร้สมอง” เพราะคนมักจะแค่ดูมันอย่างว่างเปล่าแล้วหัวเราะและสนุกกับตัวเอง ในทางกลับกัน บนวิทยุ ทั้งดีเจและคนฟังได้แลกเปลี่ยนความคิดของตัวเองซึ่งไม่เหมือนกับทีวี พวกเค้าสามารถมีส่วนร่วมในพื้นที่ที่มากกว่าครับ

▲ชินดง : พวกมันเหมือนกันนะครับ แต่วิทยุมีอะไรมากกว่าทีวี ความสัมพันธ์ระหว่างดีเจกับคนฟังคือสิ่งสำคัญ การตอบรับจะมาเร็วมาก ๆ นั่นคือสิ่งที่ดี ขณะที่คุณกำลังเป็นดีเจ คุณได้เรียนรู้เยอะจริง ๆ ครับ


- พวกคุณคิดว่าอะไรคือเหตุผลที่สมาชิกของซุปเปอร์จูเนียร์ได้รับความสนใจมากกว่าสมาชิกไอดอลวงอื่น ๆ ?

▲ อีทึก : เมมเบอร์ของพวกเราส่วนใหญ่อยู่ในรายการวาไรตี้ พวกเราเลยมีภาพลักษณ์ที่สนุกสนานและช่างพูด ผมรู้สึกว่าเรามีสมาชิกที่มีความสามารถหลายคนจริง ๆ พวกเราก็เลยได้รับสิทธิพิเศษในการออกรายการครับ

▲ อึนฮยอก : เสน่ห์ของวิทยุคือความเปิดกว้างของมันครับ ถ้าคุณฟังเสียงดัง ๆ คุณจะได้ยินกระทั่งเสียงกระซิบเลยล่ะ แต่เทียบกับสมาชิกไอดอลกลุ่มอื่นแล้ว สมาชิกของซุปเปอร์จูเนียร์ได้แสดงภาพลักษณ์ที่ติดดินและจริงใจให้เห็นตั้งแต่พวกเราเดบิวท์แล้ว นี่เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจครับ


- แต่ก็ยังมีอคติที่รุนแรงต่อดีเจที่มาจากการเป็นไอดอล บางคนชี้ให้เห็นว่าเพราะพวกเขาเห็นว่าดีเจเหล่านี้มีประสบการณ์น้อย ผู้ฟังอาจไม่ค่อยอยากเล่าเรื่องของตัวเองอย่างเปิดเผย และอาจปฏิบัติต่อดีเจเหล่านี้ด้วยความนับถือที่น้อยกว่า พวกคุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้ที่พวกคุณรู้สึกถึงการจับจ้องอย่างไม่เห็นด้วยของผู้คนบ้างมั๊ย? พวกคุณเอาชนะมันได้ยังไง?

▲ อีทึก : นักร้องที่เป็นไอดอลจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสบการณ์ของพวกเรา เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามอ่านหนังสือและหาข้อมูลในอินเตอร์เนท แล้วก็คอยดูเพื่อแก้ไขสิ่งต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการคิดว่า "มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรายังไม่รู้" และนั่นผมจึงต้องออกจากทางของตัวเองเพื่อแก้ไขมันครับ



▲ "อีทึก อึนฮยอก KBS 2FM's "ซุปเปอร์จูเนียร์ คิส เดอะ เรดิโอ", คิมฮีชอล "คิมฮีชอล SBS ยังสตรีท", ชินดง คิมชินยอง MBC Standard FM "ชินดง คิมชินยอง ชิมชิมทาพา" 


- "ซุปเปอร์จูเนียร์ คิส เดอะ เรดิโอ" เป็นรายการวิทยุที่จัดโดยไอดอลที่ออกอากาศนานที่สุด ความลับของพวกคุณคืออะไร?

▲ อีทึก : อาจเป็นเพราะว่าพวกเรา 2 คนจัดรายการด้วยกันมั้งครับ ซึ่งสถานการณ์ที่เป็นไปได้นี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างถ้าอึนฮยอกไม่สบาย ผมสามารถทำงานเพิ่มขึ้นอีกหน่อยได้ และถ้าผมปวดเอวแล้วต้องการพักซักระยะ อึนฮยอกก็สามารถช่วยผมได้ครับ


- พวกคุณจัดรายการทุกอาทิตย์ 5 วันต่อสัปดาห์ อีกทั้งพวกคุณ 4 คนจัดรายการตั้งแต่ 2 ทุ่มถึงเที่ยงคืน และเพราะพวกคุณยังเด็กและควรจะได้สนุกในช่วงเวลานี้ มันต้องมีเวลาที่พวกคุณไม่อยากจัดรายการ

▲ ชินดง : พูดจริง ๆ เลยนะครับ เมื่อผมมาจัดรายการวิทยุ ผมอยู่ห่างจากเพื่อน ๆ นิดหน่อย แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร 
จริง ๆ นะครับ แม้ว่าผมจะจัดรายการเสร็จตอนตี 2 ถึงเวลาที่ทุกคนกลับบ้านจะไม่แน่นอน แต่เพื่อนคนอื่น ๆ ก็กลับบ้านกันเกือบ ๆ เที่ยงคืน มันก็เลยไม่เป็นไร พวกเราโทรหากันบ่อย ๆ ที่สถานีวิทยุครับ (หัวเราะ)


- มันต้องมีช่วงเวลาที่พวกคุณอยากหยุดจัดรายการวิทยุ

▲ อีทึก : รุ่นพี่บางคนรวมถึงพี่แดนนี่เคยบอกว่าหลังจากการเป็นดีเจ 2 ปีจะมีจุดหักเหเสมอ และหลังจาก 2 ปีผ่านไป ผมก็อยากเลิกจริง ๆ ครับ อาจจะเพราะมันเหนื่อยมากเกินไป และการต้องมาทุก ๆ วันอาจจะเป็นภาระก็ได้ ถ้าคุณจัดรายการวิทยุ ต่อให้คุณต้องแสดงมัน ความจริงก็คือคุณค่อนข้างถูกควบคุม แม้ว่าบางครั้งการจัดรายการวิทยุจะเคยเป็นภาระ ตอนนี้ผ่านมา 3 ปีแล้ว พวกเรารู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นสนามเด็กเล่นของเราเลยล่ะครับ

▲ ฮีชอล : ถ้าคุณจัดรายการเองคนเดียว ถ้าคุณเป็นหวัดหรือเป็นไข้ขึ้นมามันจะลำบากมาก ๆ เลยครับ อย่างตอนที่จะไอ เสียงของคุณจะกลายเป็นเสียงที่ไม่น่าฟังสำหรับคนฟัง ดังนั้นคุณต้องไอและบอกว่า "ผมขอโทษจริง ๆ ครับ" แม้ว่าการที่คุณหยุดพูดไป 3 วินาทีจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับรายการวิทยุ แต่เมื่อไหร่ที่คุณสุขภาพไม่ดีมันจะแย่ยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังจะไอ คุณต้อง "หัวเราะและไอแบบเนียน ๆ ไปด้วยจนกว่าจะหาย" ซึ่งมันยากมาก ๆ ครับ แต่ถ้าเรื่องที่คุยมันเศร้า คุณก็จะหัวเราะแล้วไอไม่ได้ ตอนนั้นคุณก็จะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก


- การมีดีเจ 2 คนในรายการวิทยุกลายเป็นเทรนด์ไปแล้ว ในกรณีของฮีชอล คุณจัดรายการคนเดียว แต่ว่ามีคนดังคนไหนที่คุณอยากจัดรายการด้วยรึป่าว?

▲ ฮีชอล : เจย์ สมาชิกวง Trax ครับ พวกเราสนิทกัน ในกรณีของผม ผมไม่เก่งเรื่องคุมสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นไปตามลำดับ ผมก็เลยต้องการคนมาควบคุมผม ผมไม่ค่อยฟังที่คนอื่นพูดให้ดี แต่เจย์และซุปเปอร์จูเนียร์ ทงเฮ ดูเหมือนว่าจะควบคุมผมในสถานการณ์แบบนั้นได้ โซนยอซิแด เจสสิก้าก็ด้วยครับ


- เมื่อพวกคุณจัดรายการวิทยุ ช่วงเวลาไหนที่ยากลำบากมากที่สุด?

▲ ชินดง : เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่พี่ชินยองไม่อยู่ด้วยเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครับ ตอนแรกคาแรกเตอร์ของเราไม่เข้ากัน เราเลยต้องปรับสไตล์ของตัวเองซึ่งเป็นเรื่องยาก ผมก็กังวลมาก แต่เมื่อเราเริ่มออกอากาศ เราทำงานร่วมกันได้ดีจริง ๆ ครับ พี่เค้ายังรับข้อผิดพลาดของผมได้ดีด้วย พวกเราทำงานเข้ากันได้ดีมาก ดังนั้นการเปลี่ยนคู่หูใหม่ก็เลยเป็นเรื่องน่ากังวลนิดหน่อยครับ (ตอนนี้ยังหาคนมาแทนคิมชินยองไม่ได้)

▲ อึนฮยอก : เอนเตอร์เทนเนอร์ต้องใช้เวลาเพื่อพัฒนาตัวเอง แต่เมื่อคุณมาจัดรายการวิทยุทุก ๆ วัน คุณจะมีเวลาไม่พอ มันก็เลยลำบากครับ อย่างเช่นเร็ว ๆ นี้ซุปเปอร์จูเนียร์กำลังเตรียมอัลบั้ม แต่พวกเราก็จัดรายการวิทยุทุกวันไปด้วย มันก็เลยน่าเสียใจที่มีช่วงที่เราขาดเรียนท่าเต้นหรือซ้อมครับ


- ในกรณีของฮีชอล คุณแย่งคนฟังกลุ่มเดียวกันกับรุ่นน้องในบริษัทของคุณ " ชิน ชิน เรดิโอ" ของแทยอนแห่งโซนยอซิแด มันลำบากมั๊ย?

▲ ฮีชอล : ก็ไม่เชิงครับ ผมไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงบ้าง แต่โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ได้สนใจเรื่องการเป็นคู่แข่งเลย ไม่ใช่เพราะผมเคยจัดรายการหรือเคยแสดงมาก่อนนะครับ มันเป็นเพราะผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมก็คือการทำสิ่งที่ผมอยากทำในแบบที่อิสระและสนุก การเข้าแทรกงานของคนอื่นรอบ ๆ ตัวผม บางครั้งก็ทำให้ผมมีปัญหา ถ้าผมตั้งใจทำงาน ความพยายามของผมก็จะให้ผลดี และถ้าผมไม่พยายามให้หนัก ผมก็จะสร้างปัญหาให้กับตัวเอง เพราะผมคิดแบบนั้น ผมมีหลักการว่าผมควรจะสนใจปัญหาของตัวเองมากกว่าของคนอื่นครับ



▲ ซุปเปอร์จูเนียร์ ชินดง ฮีชอล อึนฮยอก อีทึก



▲ ซุปเปอร์จูเนียร์ ชินดง ฮีชอล อึนฮยอก อีทึก


- พวกคุณต้องเคยฟังรายการของกันและกันแน่ ๆ พวกคุณมีคอมเม้นท์อะไรเกี่ยวกับการจัดรายการของแต่ละคนมั๊ย?

▲ อีทึก : สไตล์การจัดรายการของฮีชอลมีความรู้สึกที่เปิดกว้าง ผู้ฟังวัยรุ่นต้องฟังได้อย่างสบายแน่ ๆ ครับ

▲ ชินดง : จุดแข็งสำคัญที่สุดของพี่ฮีชอลก็คือพี่เค้าไม่เคยแสดงความตื่นเต้นให้เห็นเลยครับ แม้ว่าพี่เค้ากำลังจัดรายการวิทยุอยู่ บางครั้งเค้าก็เปิดกล้องโบรา**ไปด้วย มันก็เลยรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังดูทีวีด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยพลัง ส่วนพี่อีทึกกับอึนฮยอก พวกเค้าพูดเก่งมาก พวกเค้าดูแลแขกรับเชิญได้ดีจริง ๆ เรื่องแบบนั้นมันเจ๋งมาก ๆ เลยล่ะครับ

▲ อึนฮยอก : ในสถานการณ์อย่างพี่ชินดง พลังของเค้ากับพี่คิมชินยองไปด้วยกันได้ดี การจัดรายการตอนเที่ยงคืนหมายถึงคุณต้องคิดนอกกรอบจากแนวผ่อนคลายสบาย ๆ ดังนั้นเมื่อผมฟังรายการของพวกพี่เค้า ผมจะอารมณ์ดีขึ้นทุกครั้ง มันดีมากเลยครับ

▲ ฮีชอล : ในกรณีของซูคิระ อีทึกกับอึนฮยอกมีความสามารถที่ผมไม่มี พวกเค้าจัดรายการของตัวเองได้ดีมาก ๆ ครับ พวกเค้าเป็นต้นแบบรายการรีแลกซ์จริง ๆ ในส่วนของผม ผมเป็นนักพูดที่น่าสนใจ แต่ผมก็ยังเอะอะโวยวายแล้วก็เศร้าและก็หดหู่ในที่สุด อารมณ์ของผมก็เลยอยู่ทั่วทุกที่และผมก็จะกลุ้มใจ เพราะฉะนั้นผมมักจะคิดว่า "ชั้นสามารถเป็นแขกรับเชิญที่ดีที่สุดได้ แต่ไม่ใช่ MC ที่ดีที่สุด" แต่ผมคิดว่าคนอย่างอีทึกมีปัจจัยที่เหมาะสมในการเป็น MC ที่ดี ในส่วนของชินดง เค้าทำให้แขกรับเชิญสบายใจ หรือไม่ก็ตอนที่แขกรับเชิญกำลังพูดหรือคนฟังกำลังเล่าเรื่อง เค้าก็พูดรับได้ดีทุกครั้งครับ


- MBC เปลี่ยนดีเจของตัวเองปีละ 1 วัน ในวันที่มีกิจกรรมนี้ โดยไม่ต้องสนใจผู้จัดรายการ พวกคุณอยากไปจัดรายการไหนกัน?

▲ ฮีชอล : ถ้ามีวันเปลี่ยนดีเจ สมาชิกซุปเปอร์จูเนียร์น่าจะเป็นดีเจและแขกรับเชิญในรายการของกันและกัน พวกเราจะได้พูดถึงกันได้ อย่างเช่นผมได้เป็นดีเจตอน 2 ทุ่ม แล้วอีทึกกับอึนฮยอกก็มาเป็นแขกรับเชิญได้ แล้วตอน 4 ทุ่ม อีทึกกับอึนฮยอกได้เป็นดีเจ ผมก็ไปเป็นแขกรับเชิญใน "ซูคิระ" ได้ และในรายการของชินดง สมาชิกคนอื่น ๆ ก็สามารถไปเป็นแขกรับเชิญได้ แต่การจัดเวลาน่าจะเป็นไปไม่ได้นะครับ (หัวเราะ)


- มีผู้ฟังคนไหนที่คุณจำได้เป็นพิเศษมั๊ย?

▲ อึนฮยอก : อย่างซูคิระ มีคนฟังที่เป็นคู่แต่งงานกัน พวกเค้าสารภาพรักกันตอนออกอากาศแล้วก็ได้เป็นแฟนกัน และตอนนี้ก็มีลูกกันแล้วครับ

▲ อีทึก : ในวัน April Fool's Day ที่จัดรายการปีที่แล้ว มีเรื่องของผู้ฟังคนนึงที่ผมจำได้ ในวัน April Fool's Day เมื่ออาจารย์สอนเลขเข้ามาในห้องเรียน นักเรียนในห้องทั้งหมดสั่งว่า "อาจารย์ กรุณาถอดกางเกงออกด้วย" อาจารย์คนนั้นก็เลยรู้สึกอึดอัด แต่แล้วเค้าก็รู้ว่ามีกางเกงแขวนอยู่บนกระดานดำ ต่อมานักเรียนก็พูดว่า "อาจารย์ กรุณาเอาไอ้นั่น***ออกจากกางเกงด้วย" อาจารย์คนนี้ก็รู้สึกอึดอัดอีก แต่แล้วเค้าก็พบว่ามีพริกแดงอยู่ในกางเกงที่แขวนบนกระดานดำ เรื่องนี้เล่าตอนออกอากาศสด ๆ พวกเราเริ่มเหงื่อแตกกันจริง ๆ ครับ เมื่อคุณกำลังจัดรายการ ถ้าคุณคอมเม้นท์ผิดตอนที่คนกำลังเล่าเรื่อง คุณอาจจะถูกเซนเซอร์ ดังนั้นคุณต้องระวังให้มาก ๆ ครับ

▲ ชินดง : ผมจำคู่รักคู่นึงที่กำลังจะไปฮันนีมูนได้ พวกเค้ากำลังผ่านแถว Yeoido ผมก็เลยพูดว่า "แวะเข้ามาหน่อยสิครับ"
แล้วพวกเราก็ได้สัมภาษณ์กันแบบไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน มีคู่รักหลายคู่เลยครับที่โทรเข้ามา



▲ ชินดง คิมชินยอง MBC Standard FM "ชินดง คิมชินยอง ชิมชิมทาพา", คิมฮีชอล "คิมฮีชอล SBS ยังสตรีท","อีทึก อึนฮยอก KBS 2FM's "ซุปเปอร์จูเนียร์ คิส เดอะ เรดิโอ" 



- พวกคุณเคยคิดที่จะเปลี่ยนคอนเซปท์ตอนจบของซูคิระมั๊ย? มีคนฟังที่เริ่มเบื่อจูบลาแล้วเหมือนกันนะ

▲ อีทึก : เราทำมันเพราะโทนรายการของเรา ถ้าคุณไม่เปลี่ยนมันก็ดี มันก็มีเวลาที่เราอายตอนทำเหมือนกันนะครับ แต่เพราะมีคนฟังที่เปิดมาเพื่อฟังเสียงนั้น...(หัวเราะ)


- มีรุ่นพี่ในรายการวิทยุคนไหนที่เป็นต้นแบบของพวกคุณมั๊ย?

▲ อีทึก : รุ่นพี่อีกึมฮีครับ เธอทำท่าเลียนแบบได้เยอะ เธอเป็นคนน่าสนใจและมีพลัง ถ้าคุณฟังวิทยุตอนขับรถ และเธอกำลังจัดรายการ คุณจะได้ยินเธอกำลัง "โชว์เดี่ยว" อยู่ เสียงของเธอเพราะ และเพลงอินโทรของเธอก็ต่างจากดีเจคนอื่น ๆ แล้วก็แปลกใหม่ด้วยครับ

▲ ชินดง : ผมชอบพี่ชเวยังรักครับ ประโยคที่พี่เค้าใช้ในรายการที่พูดว่า "ยังไงก็ตาม ยังไงก็ได้" ดีมาก ๆ เลยครับ พี่เค้าใช้มันตอนไหนก็ได้เพื่อคุยถึงเรื่องต่อไป ครั้งนึงผมลองใช้คำว่า "ดีมาก"**** เมื่อผมพูดนำถึงเรื่องเศร้า ๆ ผมก็พูดว่า "ครับ
ดีมาก" มันเลยทำให้เข้าใจผิดจริง ๆ ครับ


-ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ดีเจแบบไหนที่พวกคุณอยากเป็น? ความฝันในด้านการเป็นดีเจของพวกคุณคืออะไร?

▲ อึกฮยอก : ตอนที่ผมยังเด็ก ผมอยากเป็นพิธีกรรายการที่น่าสนใจอย่าง "รายการศาสนา" แต่พอผมโตขึ้น ผมอยากทำรายการเพลงอย่าง "แบชอลซู มิวสิคแคมป์" ครับ

▲ อีทึก : ก่อนที่ผมจะไปเข้ากรมทหาร และแม้แต่หลังจากที่ผมกลับมาแล้ว ผมก็ยังอยากจัดรายการวิทยุ ผมฟังวิทยุมาตั้งแต่ผมอยู่ป.2 แล้ว วิทยุก็เลยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมมาตลอด พูดจริง ๆ เลยนะครับ ผมน่ะเป็นพวกประเภทคนซึมเศร้า เพราะฉะนั้นมันจะเหมาะกับบุคลิกของผมมากกว่าถ้าผมได้จัดรายการเพลงตอนเช้า ๆ

▲ ชินดง : แม้ว่าผมจะไม่ได้เหรียญทอง (รางวัลจัดรายการวิทยุของ MBC ครบ 20 ปี) ผมก็อยากจะได้เหรียญเงินจริง ๆ ครับ (สำหรับการจัดรายการครบ 10 ปี)

▲ ฮีชอล : ผมอยากเป็นดีเจที่สามารถพูดอย่างตรงไปตรงมาได้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร แต่ว่าไม่ข้ามเส้นนะครับ ผมอยากทำรายการวิทยุแบบที่คนจะพูดว่าคิมฮีชอลคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ นี่คือหลักการของผมครับ



*สื่อเก่า = การออกอากาศทางวิทยุ
**โบรา = การจัดรายการวิทยุแบบเห็นหน้า เมื่อมีการถ่ายวีดิโอหรือถ่ายทอดสดที่แสดงให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการจัดรายการวิทยุกำลังออกอากาศอยู่
***นักเรียนใช้คำว่า 고추 ซึ่งแปลได้ทั้ง "พริกแดง" และ "ไอ้นั่น" ในภาษาเกาหลี
****พูดแบบทางการที่สุด



Source: Edaily
Translated by ♥ jubee ♥ @ sjworld.net
English to Thai : lunarP@heenimthailand.com

www.heenimthailand.com

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT AND DO NOT ADD IN YOUR OWN CREDIT
กรุณานำออกไปพร้อมเครดิตทั้งหมดและอย่าเปลี่ยนเครดิตเป็นของตัวเอง
 




 
 ผู้โพส :  prizsyra   เวลา :  08-05-2010 19:04:31